รถไฟฟ้า ยี่ห้อ MG รุ่น NEW MG ZS EV Minorchange 2022 เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบบมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (PMSM : Permanent Magnet Synchronous Motor) มีกำลังสูงสุด 177 แรงม้า (หรือ 130 กิโลวัตต์) , มีแรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร , มีอัตราเร่งระยะ 0-100 km/hr อยู่ที่ 8.6 วินาที ที่สำคัญสามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 403 กิโลเมตร (ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง) ซึ่งจากการศึกษาและการใช้งานจริง จะมีระยะทางการใช้งานอยู่ระหว่าง 185-405 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศขณะการทดสอบ)
TRULY EASY ไปกับ NEW MG ZS EV 2022
NEW MG ZS EV รถยนต์ SUV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ให้คุณได้สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นการพัฒนารูปแบบของรถพลังงานไฟฟ้า ในรูปแบบ Minor change ชาร์จกับไฟบ้านได้เร็วขึ้น แบตเตอรี่ใหญ่ เก็บพลังงานได้นานมากขึ้น คอนเซ็ป TRULY EASY เน้นการใช้งานที่ง่ายแต่ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทาง ทั้งระยะใกล้และไกลของคนยุคใหม่


สี COMO BLUE

สี COSMIC SILVER

สี SCARLET RED

สี ARCTIC WHITE

สี BLACK KNIGHT
สมรรถนะ (Performance) รถไฟฟ้า NEW MG ZS EV

| ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า | |
| ประเภทแบตเตอรี่ | |
| กำลังสูงสุด (แรงม้า (กิโลวัตต์)) | |
| แรงบิดสูงสุด (นิวตัน – เมตร) | |
| ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์ – ชั่วโมง) | |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC Mode) (กม.) | |
| โหมดการขับขี่ 3 โหมด | |
| อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง | |
| ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) |
การชาร์จไฟฟ้า (Home and Fast Charging)
การชาร์จรถไฟฟ้า ทำได้โดยเสียบปลั๊กไฟบ้านทั่วไป หรือแท่นชาร์จสาธารณะ จะทำการเสียบปลั๊กผ่านสถานีชาร์จ ซึ่งความเร็วในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับสถานีชาร์จ และความจุแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้า
NEW MG ZS EV 2022 รองรับการชาร์จ ด้วยหัวแบบ Type 2 และ CCS Combo 2 มีระบบการชาร์จ On Board Charger 7 KW ซึ่งรุ่นใหม่นี้ ปรับปรุงขนาดของแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น โดยแบตเตอรี่ ที่ใช้เป็นแบบ Lithium-Ion ขนาด 50.3 kWh (จากเดิม MG ZS EV 2019 ขนาด 44.5 kWh) ช่วยให้รถสามารถวิ่งได้ไกลต่อ 1 การชาร์จเพิ่มขึ้น ถ้าไฟเต็ม 100% ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กม. กันเลยทีเดียว

![]() | ![]() |
MG ZS EV 2022 สามารถชาร์จไฟฟ้าได้ 2 แบบ คือ Normal Charge แบบ AC (ผ่านหัวชาร์จประเภท Type 2) และQuick Charge แบบ DC (ผ่านหัวชาร์จประเภท CCS Combo 2) Normal Charge คือ การชาร์จไฟจากชุด MG HOME CHARGER ที่บ้าน กระแสสลับ AC (รองรับสูงสุด 7 kW) ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที และ Quick Charge คือ การชาร์จไฟ กระแสตรง DC (รองรับสูงสุด 76 kW) จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ระยะเวลาการชาร์จ ขึ้นอยู่กับประเภทของไฟฟ้า และอัตราค่าไฟฟ้าของแต่ละจุดชาร์จ) นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) ด้วย KERS Mode (Kinetic Energy Recovery System) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับด้วยกัน
*ปัจจุบันคุณสามารถขอใช้บริการการประจุไฟใหม่แบบ Quick Charge จากสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ MG Super Charge คุณจะใช้เวลาในการชาร์จไฟรถเพียง 30 นาทีเท่านั้น โดย สถานีชาร์จของ MG Super Charge ติดตั้งแล้วกว่า 120 แห่งทั่วประเทศ
| Battery and Charging | |||
|---|---|---|---|
| Battery Capacity | 50.3 kWh | Battery Useable | 49.0 kW |
| Europe data | |||
| Charge Port | Type 2 | Fastcharge Port | CCS |
| Port Location | Front - Middle | FC Port Location | Front - Middle |
| Charge Power | 6.6 kW AC | Fastcharge Power (max) | 75 kW DC |
| Charge Time (0->270 km) | 8h45m | Fastcharge Time (27->216 km) | 43 min |
| Charge Speed | 31 km/h | Fastcharge Speed | 260 km/h |
| Rated = official figures as published by manufacturer. Rated consumption and fuel equivalency figures include charging losses. Vehicle = calculated battery energy consumption used by the vehicle for propulsion and on-board systems. |
|||
| Real Range Estimation | *between 185 - 405 km |
||
|---|---|---|---|
| City - Cold Weather * | 275 km | City - Mild Weather * | 405 km |
| Highway - Cold Weather * | 185 km | Highway - Mild Weather * | 240 km |
| Combined - Cold Weather * | 225 km | Combined - Mild Weather * | 305 km |
| Indication of real-world range in several situations. Cold weather: 'worst-case' based on -10°C and use of heating. Mild weather: 'best-case' based on 23°C and no use of A/C. For 'Highway' figures a constant speed of 110 km/h is assumed. The actual range will depend on speed, style of driving, weather and route conditions. | |||
ว่าด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ ของรถไฟฟ้า ยี่ห้อ MG รุ่น NEW MG ZS EV Minorchange 2022 นั้น ด้วยแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีความจุ 50.3 kWh (กิโลวัตต์-ชม.) ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางมากถึง 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์ต 1 ครั้งเลยทีเดียว ทั้งนี้ มีข้อมูลการทดสอบการใช้งานจากต่างประเทศ ณ ความเร็วเฉลี่ย 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงสภาพอากาศที่ไม่รุนแรง ผลการทดสอบออกมาว่า สามารถวิ่งได้ระยะทางน้อยที่สุด ที่อุณหภูมิ -10°C และวิ่งได้ระยะทางมากที่สุด ที่อุณหภูมิ -23°C ดังนั้นระยะทางที่วิ่งได้จริงนั้น จะขึ้นอยู่กับความเร็ว ลักษณะการขับขี่ สภาพอากาศและสภาพเส้นทางเป็นหลัก โดยหวังว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้มากขึ้นเพื่อความสะดวกในการเดินทางสูงสุด
ภายนอกและภายใน มีอะไรใหม่ใน MG ZS EV 2022
NEW MG ZS EV 2022 ให้ความใส่ใจในการออกแบบตัวถัง และระบบภายนอก รวมถึงภายในห้องโดยสารยังได้ถูกออกแบบและพัฒนาให้มีความโดดเด่นสะดุดตา และมาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอยอย่างครบถ้วนเป็นรถ SUV ไฟฟ้าของ MG ประเภท 5 ที่นั่ง ที่ปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมสำหรับการใช้งาน ความโฉบเฉี่ยว ดูหรูหรา ไม่เหมือนใคร ตัวเบาะนั่งเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์ สีดำ และมีการพิมพ์ลายเคฟล่าร์ สวยงามดูสปอร์ต , พวงมาลัยปรับระดับได้ขึ้น-ลง , จอควบคุมการขับขี่ ขนาด 7 นิ้ว และจอกลางสำหรับระบบเชื่อมต่อ i-smart และความบันเทิง ขนาด 10 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ที่หน้าคอนโซลถูกออกแบบใหม่สวยงาม


| ไฟหน้าแบบ LED | ||
| ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) | ||
| ระบบควบคุมการ เปิด – ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ | ||
| ไฟท้ายแบบ LED | ||
| ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED | ||
| หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) | ||
| กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว | ||
| ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้า | ||
| ระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง | ||
| ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง | ||
| สปอยเลอร์หลัง | ||
| ราวหลังคา | ||
| ที่เปิดฝากระโปรงท้ายสไตล์สปอร์ต |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
| สีภายใน / วัสดุหุ้มเบาะ | ||
| ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch | ||
| พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับสูง – ต่ำได้ | ||
| เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง | ||
| เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง | ||
| เบาะนั่งด้านหลัง พนักพิงพับได้ 60:40 | ||
| ที่พักแขนด้านหน้า | ||
| ที่พักแขนด้านหลัง | ||
| พื้นที่เก็บสัมภาระปรับได้ 2 ระดับ | ||
| ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า | ||
| หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi-function Display) | ||
| กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down ด้านคนขับ | ||
| กระจกมองหลังตัดแสง | ||
| ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ | ||
| ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง | ||
| ระบบกรองอากาศ PM 2.5 | ||
| ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อม Push Start | ||
| ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) | ||
| ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) | ||
| พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์ | ||
| จำนวนลำโพง | ||
| หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว | ||
| ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ / ช่องเชื่อมต่อ USB | ||
| ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay | ||
| ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียสมาร์ทโฟนระบบ Andriod |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
| ความยาว (มม.) | ||
| ความกว้าง (มม.) | ||
| ความสูง (มม.) | ||
| ระยะช่วงล้อ (มม.) | ||
| ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า / หลัง (มม.) | ||
| ระยะต่ำสุดจากพื้น (มม.) | ||
| น้ำหนักรถโดยประมาณ (กก.) | ||
| ขนาดล้อ และยาง | ||
| ฝาครอบล้อแบบ Aero Wheel Cover |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
| ระบบพวงมาลัย | ||
| รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) | ||
| ระบบช่วงล่างหน้า | ||
| ระบบช่วงล่างหลัง | ||
| ระบบเบรกหน้า | ||
| ระบบเบรกหลัง |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
ระบบ SAFETY ความปลอดภัยในรถไฟฟ้า ของ NEW MG ZS EV 2022
NEW MG ZS EV 2022 มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ปรับแต่งระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System ถึง 20 ระบบ
| ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) | ||
| ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) | ||
| ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) | ||
| ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD | ||
| ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) | ||
| ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) | ||
| ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) | ||
| ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) | ||
| ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) | ||
| ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam Control) | ||
| ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) | ||
| ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) | ||
| ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) | ||
| ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking) | ||
| ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) | ||
| ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) | ||
| ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) | ||
| ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping Assist) | ||
| ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) | ||
| ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) | ||
| ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) | ||
| ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) | ||
| จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX | ||
| เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ | ||
| เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง | ||
| ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย | ||
| กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ | ||
| สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง | ||
| ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer | ||
| ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
ระบบ EPB เบรกมือไฟฟ้า และ AVH ป้องกันการใหล
EPB ย่อมาจาก Electronic Parking Brake คือ ระบบเบรกมือไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของรถยนต์ยุคสมัยใหม่ในปัจจุบัน ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ใช้งานง่ายกว่าเบรคมือแบบเดิมมาก เพียงแค่กด หรือดึงปุ่มสวิทช์เท่านั้น ระบบเบรกมือไฟฟ้าก็ทำงานทันที โดยปุ่มสวิทช์ของเบรกมือไฟฟ้า จะมีสัญลักษณ์ตัว (P) ที่ตัวปุ่ม เมื่อมีการเปิดใช้งาน จะมีสัญลักษณ์แสดงเตือนที่แผงหน้าปัดเป็นตัว (P) เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้งานระหว่าง การใช้งานเบรกมือ หรือระบบเบรกมีปัญหา
*ระบบเบรคมือแบบเดิมสมัยก่อนนั้น เมื่อมีการใช้งานเบรคมือ (ไม่ว่าจะเป็นรุ่นกดปุ่ม หรือ) ที่แผงหน้าปัดจะแสดงสัญลักษณ์เตือนเป็นเครื่องหมายตกใจ (!) แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ตัว (P) เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้งาน ระหว่าง การใช้งานเบรกมือ หรือระบบเบรกมีปัญหานั่นเอง

รถที่ติดตั้งระบบ EPB (Electronic Parking Brake) ส่วนใหญ่จะมีปุ่ม Auto Hold อยู่ถัดจากปุ่มเบรกมือ จะมีสัญลักษณ์ตัว (A) หรือเรียกชื่อเต็มๆของระบบนี้ว่า ระบบ AVH (Auto Vehicle Hold) คือ ระบบป้องกันการใหล โดยไม่ต้องเหยียบเบรคค้าง ฟังก์ชั่นการทำงานคล้ายกับการดึงเบรคมือ เพื่อไม่ให้รถไหล หรือเคลื่อนที่โดยเราไม่ได้ตั้งใจ
ซึ่งระบบ AVH (Auto Vehicle Hold) นี้สะดวกมาก เหมาะกับสายที่ขับในเมือง รถติดไฟแดงนานๆ เพียงแค่ให้รถหยุดนิ่งแล้วกดปุ่ม AVH ให้มีไฟแสดงที่ปุ่มค้างไว้ เมื่อเราขับรถไปแล้วรถติด และจอดจนหยุดนิ่งแล้ว พอถอดเท้าออกจากเบรค เพียงเท่านี้ ตัวรถก็จะจอดหยุดนิ่งอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรกค้างไว้หลังจากหยุดรถ หรือไม่ต้องเปลี่ยนไปตำแหน่งเกียร์ N แต่อย่างใด เมื่อจะออกตัวก็เพียงแค่เดินคันเร่งเบาๆ รถก็จะกลับเข้ามาสู่โหมดขับขี่ปกติ
| หมดปัญหาลืมปลดเบรกมือ เพราะทันทีที่เข้าเกียร์ D หรือ R พร้อมกับเหยียบคันเร่ง ระบบ EPB (Electronic Parking Brake) เบรกมือไฟฟ้า จะทำการปลดการทำงานให้โดยอัตโนมัติ และสัญลักษณ์ (P) บนหน้าจอจะดับไปเอง | ควรระมัดระวังในการเหยียบคันเร่ง เพราะรถจะพุ่งออกไปทันที และควรสังเกตให้แน่ใจว่าไฟระบบของ Auto Hold /Brake Hold ยังติดอยู่และทำงานอยู่หรือไม่ |
| ระบบ EPB (Electronic Parking Brake) มีกำลังเบรกสูง เพียงแค่กดปุ่มสัญลักษณ์ (P) ให้ระบบ EPB ทำงาน ตัวรถก็จะถูกหยุดนิ่งด้วยแรงกระทำสูงสุด โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวรถจะเกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยให้เกิดความปลอดภัย และสะดวกสบายอย่างมาก | ช่วงการจราจรติดขัด ขับๆหยุดๆ ปกติแล้วหากเราใช้เท้าเลียเบรคแบบธรรมดา รถจะค่อยๆเคลื่อนอออกไป ตามแรงที่เรากดหรือเหยียบเบรค แต่การใช้ระบบ Auto Hold /Brake Hold อยู่นั้น รถจะหยุดนิ่งอยู่ เมื่อเรากดคันเร่ง อาจอาจส่งผลทำให้เกิดการกระชาก ตามแรงกดคันเร่ง ซึ่งอาจไม่สะดวกในการขับขี่ในลักษณะแบบนี้ได้ (ผู้ใช้งานควรพิจารณาการใช้งานตามความถนัด ซึ่งหากมีการจราจรที่ติดขัดนานการใช้งานระบบ Auto Hold /Brake Hold จะดีที่สุด แต่หากการจราจรลักษณะใหลตามกัน หรือไปๆหยุดๆทีละนิด ให้ปิดการใช้งานระบบ Auto Hold /Brake Hold จะทำให้สะดวกต่อการขับขี่มากกว่า) |
| ระบบ AVH (Auto Vehicle Hold) เหมาะกับสายที่ขับในเมือง ที่รถติดไฟแดงนานๆ เพียงแค่กดปุ่มสัญลักษณ์ (A) ตัวรถก็จะจอดหยุดนิ่งอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรกค้างไว้ เมื่อจะออกตัวก็เพียงแค่เดินคันเร่งเบาๆ รถก็จะกลับเข้ามาสู่โหมดขับขี่ปกติ | ให้ใช้เฉพาะกรณีที่ขับรถอยู่เท่านั้น หากต้องการลงรถ ออกจากตัวรถ หรือไม่ได้อยู่ในการควบคุมรถ ควรใช้งานระบบเบรคมือไฟฟ้า EPB สัญลักษณ์ (P) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด |
ข้อมูลอ้างอิง : ขอขอบคุณคลิปวีดีโอการใช้งานระบบ EPB และ AVH จาก MG Car Care Clinic.
ระบบ ABS , EBD และ EBA รวมระบบเบรกมาตรฐาน ทำงานร่วมกันช่วยป้องกันได้ดีมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบเบรก จากดั้งเดิมคือ ระบบดิสก์เบรก ระบบดรัมเบรก กับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Brake System) และยังมีระบบเบรกสมัยใหม่ที่มาเสริมทัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ทำงานร่วมกัน ช่วยป้องกันได้มากยิ่งขึ้น คือ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution) และระบบเสริมแรงเบรก EBA (Electronic Brake Assist) ทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในทุกเส้นทางการขับขี่

ABS ย่อมาจาก Anti-Lock Brake System คือ ช่วยในการควบคุมจังหวะการกดแป้นเบรกไม่ให้ตายตัวเกินไป เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานในรถทุกรุ่นในปัจจุบัน โดยระบบ ABS จะทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกแบบจมมิด ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกตาย ส่งผลให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมทิศทางของตัวรถได้ แต่หากไม่มีระบบ ABS รถจะไถลไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางตัวรถได้

แม้รถจะมีระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ช่วยในการล้อล็อค ขณะเบรคฉุกเฉิน ก็ว่าดีอยู่แล้ว แต่การมีระบบ EBD (Electronic Brake force Distribution) ที่ช่วยกระจายแรงเบรก ทำให้หลบสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัย มาช่วยเสริมด้วยย่อมดีกว่า เพราะจะทำให้เราสามารถควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น และพร้อมเสริมแรงเบรกด้วยระบบ EBA (Electronic Brake Assist) ยังช่วยให้ระยะเบรกสั้นลงอีกด้วย
EBD ย่อมาจาก Electronic Brakeforce Distribution คือ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก ทำให้หลบสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัย ระบบ EBD (Electronic Brakeforce Distribution) เป็นระบบปรับสมดุลแรงเบรกของล้อทั้ง 4 เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักแรงกดของเบรกแต่ละล้อจนมีสัดส่วนการเบรกที่สมดุล ช่วยลดอาการท้ายปัด และยังช่วยลดอาการหน้าทิ่มเนื่องจากเบรกกระทันหัน หรือเบรกด้วยความเร็วสูง หรือรถที่บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป

การทำงานของระบบ EBD (Electronic Brakeforce Distribution) จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับเหยียบเบรก โดยระบบ EBD จะคำนวณความเร็วของล้อทั้ง 4 ล้อขณะเหยียบเบรก ส่งปริมาณแรงดันน้ำมันที่ส่งไปยังชุดเบรกสูงสุดที่ระบบจะสามารถส่งให้เบรกทำงานได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเบรกล็อกที่ล้อหลัง จนเกิดอาการท้ายปัดได้ อีกทั้งกรณีเข้าโค้ง เมื่อขับขี่เข้าช่วงโค้ง น้ำหนักของรถที่จ่ายไปยังฝั่งตรงข้ามจะลดลง ถ้าผู้ขับขี่ต้องเหยียบเบรกเพื่อลดความเร็ว ระบบ EBD (Electronic Brakeforce Distribution) ก็จะเริ่มแปรผันแรงดันน้ำมันเบรกที่ถูกส่งไปยังล้อด้านใน ณ ขณะนั้นได้อย่างเหมาะสม
EBA ย่อมาจาก Electronic Brake Assist คือ ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ระยะเบรคสั้นลง ให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทางที่ขับขี่ ระบบ EBA (Electronic Brake Assist) เป็นการใช้ชุดควบคุม และเซ็นเซอร์ไปควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกให้สูง ในกรณีที่เหยียบเบรกกระทันหัน ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเบรกแบบฉุกเฉิน ให้ดียิ่งขึ้น โดยระบบ BA (Electronic Brake Assist) นั้นจะสามารถตรวจจับได้ว่า ผู้ขับขี่กำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ต้องการแรงเบรกสูงสุด แต่ผู้ขับขี่ส่วนมากแล้วมักเหยียบเบรกไม่รวดเร็วและหนักแน่นเพียงพอ ระบบที่ว่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังเบรกให้สูงสุดโดยทันทีจนกว่ารถจะหยุดสนิท โดยระบบนี้จะทำงานควบคู่กับ ABS ด้วย

ระบบเบรกมาตรฐาน ABS , EBD และ EBA ทั้ง 3 ระบบนี้ จะถูกควบคุมการทำงานผ่านกล่อง ECU ระหว่างผู้ขับขี่ร่วมกับระบบเทคโนโลยีของเซ็นเซอร์ที่ตำแหน่งต่างๆ ช่วยในการประมวลผลจากปัจจัยต่างๆ ทั้งสภาพการเกาะถนน , การเข้าโค้ง , น้ำหนักการเหยียบเบรก เพื่อรับข้อมูลมาคำนวณและส่งคำสั่งไปควบคุมการเบรกให้ได้ตามความเหมาะสม โดยกล่อง ECU จะช่วยทำให้ตัวรถสามารถประสานงาน และสนับสนุนระบบเบรกทั้ง 3 อย่าง ให้ทำงานสัมพันธ์กัน ช่วยเบรกหรือหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีช่วยสร้างระบบเพื่อรองรับการขับขี่ที่ให้ความปลอดภัยมากขึ้น ตัวเราซึ่งผู้ขับขี่ ไม่ควรประมาท ไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด และช่วยกันเคารพกฏจราจรให้มากที่สุด จะช่วยให้คุณและผู้อื่นรักษาชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงค่าเสียหายต่างๆ ได้ดีมากที่สุด
ระบบ CBC , SCS และ TCS รวมระบบคุมการเข้าโค้ง เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ระบบความปลอดภัย เป็นหนึ่งส่วนสำคัญ โดยฟังก์ชัน Synchronize Protection System นอกเหนือจากระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution), ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) แล้วนั้น ยังมีระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System), ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) อีกด้วย

CBC ย่อมาจาก Curve Brake Control คือ ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง
SCS ย่อมาจาก Stability Control System คือ ระบบควบคุมการทรงตัว
TCS ย่อมาจาก Traction Control System คือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
ระบบความปลอดภัยทั้ง 3 ระบบนี้ ทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ด้วยระบบควบคุมเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC ที่ทำงานควบคู่กับระบบควบคุมการทรงตัว SCS เมื่อต้องหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ออกนอกเส้นทางขณะเร่งออกจากโค้งแม้ถนนเปียกลื่น
ระบบ CBC , SCS และ TCS รวมระบบคุมการเข้าโค้ง เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ยางรถ เป็นส่วนสำคัญ หลายๆครั้ง อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะผู้ขับขี่ไม่อาจทราบว่า สภาพยางรถยนต์ในขณะที่ขับขี่อยู่นั้น มีความผิดปกติหรือไม่ เช่น แรงดันลมของยาง หรืออุณหภูมิผิดปกติ ซึ่งระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ (Tire Pressure Monitoring System หรือ TPMS) ได้พัฒนาเพื่อที่จะทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในการขับขี่ ทุกสภาพถนน

TPMS ย่อมาจาก Tire Pressure Monitor System คือ ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ให้คุณสามารถตรวจสอบ แรงดันลมยาง อุณหภูมิยาง ของแต่ละล้อได้ หากระบบตรวจพบความผิดปกติ จะรายงาน ข้อมูล , สถานะความดันลมยางในขณะใช้งาน , ผ่านมาตรวัด และแสดงรูปสัญลักษณ์ หรือไฟเตือน โดยจะแสดงขึ้นมาที่หน้าจอ ให้ผู้ขับขี่รับทราบทันที

i-SMART สุดยอดระบบปฏิบัติการอัจฉริยะตัวจริง ของ NEW MG ZS EV 2022
ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ให้คุณเชื่อมต่อ NEW MG ZS 2022 เพื่อเช็กสถานะระบบการทำงานของตัวรถ อาทิ ระดับแบตเตอรี่ ลมยาง ถุงลมนิรภัย และระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้คุณมั่นใจในการทำงานของรถยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง สามารถใช้ได้ทั้งระบบ Android และ iOS
i-SMART ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะจาก MG ที่ให้คุณกับรถสื่อสารกันได้เสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีที่ยกระดับทุกการขับขี่ เปลี่ยนการตรวจเช็กรถให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เปลี่ยนให้การสั่งการเป็นไปได้ดังใจ เปลี่ยนให้ทุกไลฟ์สไตล์เชื่อมต่อกันได้ พร้อมความสามารถในการอัพเกรดฟังก์ชัน และการเรียนรู้ ด้วยเทคโนโลยี AI ก็ช่วยให้ชีวิตวันนี้ง่ายขึ้นได้ทุกเรื่องพร้อมความสามารถพิเศษอื่นๆ เพื่อชีวิตสมาร์ทไม่รู้จบ ไม่ว่าจะสั่งงานด้วยเสียง สั่งงานผ่านจอทัชสกรีน หรือสั่งงานผ่านแอพพลิเคชัน
| SMART CHECK (ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ) | ||
| ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ | ||
| ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถ Find My Car | ||
| ระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์ | ||
| ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ | ||
| ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ | ||
| ระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จ และสถานีชาร์จ |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
| SMART COMMAND (ระบบสั่งการอัจฉริยะ) | ||
| กุญแจดิจิตอล | ||
| ระบบสั่งการผ่านเสียงภาษาไทย | ||
| ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน | ||
| ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan และตั้งค่าการเดินทางแบบ Team Travel | ||
| ระบบโทรออก – รับสายกรณีฉุกเฉิน | ||
| ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Centre | ||
| ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉิน Emergency Call | ||
| ระบบสั่งการการชาร์จที่สถานี MG SUPER CHARGE ผ่านทางสมาร์ทโฟน |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
| SMART CONNECT (ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ) | ||
| ระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time | ||
| ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง | ||
| ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง | ||
| อัพเกรดระบบผ่านออนไลน | ||
| ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน | ||
| อัพเดทข้อมูลพยากรณ์อากาศ |
ข้อมูลอ้างอิง : รูปภาพและข้อมูลนำมาจากตารางโบว์ชัวร์ของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
MG ZS EV 2022 พร้อมกับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ทำให้ทุกการเชื่อมต่อในรถมีความง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมให้ผู้ใช้งานและรถเป็นหนึ่งเดียวกัน
![]() |
|||
![]() |
|||
![]() |
|||
![]() |


ตาราง ราคาผ่อนดาวน์ รถไฟฟ้า NEW MG ZS EV 2022
ตารางแสดงการคำนวณยอดผ่อนเงินกู้รถไฟฟ้า EV แบบเงินต้นคงที่ (คิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate) โดยการคำนวณอัตราดอกเบี้ย จะคำนวณจากเกณฑ์มาตราฐานดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยทั่วไป ซึ่งราคาเงินผ่อนที่แสดงในตาราง สำหรับใช้ในการพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่แต่ละบริษัทเป็นผู้กำหนด ผู้ซื้อสามารถสอบถามกับผู้ดูแลการขาย ณ ตอนซื้อขายนั้นๆ
ยี่ห้อ-ชื่อรุ่น | ชื่อรุ่นย่อย | ราคา | ดาวน์ | ยอดดาวน์ | ยอดจัด | ยอดผ่อน | ยอดผ่อน | ยอดผ่อน |
MG ZS EV | 2022 MG ZS EV รุ่น D | 949,000 บาท ราคาปกติ 1,189,000 บาท ได้รับส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท | 15% 20% 25% | 142,350 บาท 189,800 บาท 237,250 บาท | 806,650 บาท 759,200 บาท 711,750 บาท | 18,614 บาท/ด. 17,393 บาท/ด. 16,246 บาท/ด. | 15,387 บาท/ด. 14,292 บาท/ด. 13,340 บาท/ด. | 13,416 บาท/ด. 12,285 บาท/ด. 11,481 บาท/ด. |
MG ZS EV | 2022 MG ZS EV รุ่น X | 1,023,000 บาท ราคาปกติ 1,269,000 บาท ได้รับส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท | 15% 20% 25% | 153,450 บาท 204,600 บาท 255,750 บาท | 869,550 บาท 818,400 บาท 767,250 บาท | 20,065 บาท/ด. 18,749 บาท/ด. 17,513 บาท/ด. | 16,587 บาท/ด. 15,407 บาท/ด. 14,380 บาท/ด. | 14,462 บาท/ด. 13,243 บาท/ด. 12,377 บาท/ด. |

คำแนะนำการใช้งานข้อมูล : รูปภาพและข้อมูลบทความรวมถึงราคาจำหน่าย ณ เวลานั้นๆของตัวรถทุกรุ่น รวบรวมมาจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตัวแทนจำหน่าย ผู้เชื่ยวชาญฯลฯ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณา มิอาจนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการซื้อขายได้ โปรดสอบถามรายละเอียดของตัวรถรุ่นที่สนใจกับทางผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด ทั้งนี้ หากพบข้อมูลที่ผิดหรือไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งทีมงาน ecar24hr ได้ตลอดเวลา เพื่อดำเนินการปรับปรุงและอัปเดทข้อมูลให้ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด















